No matter if you like it or not when the old year fades away and the new year arrives most of us think about the past and the future.
•Was it a successful year?
•Where did we succeed, where did we fail?
•Which of the mistakes do we want to overcome next year?
Most people tend to plan for the upcoming year. Plenty like to be very specific about these plans so they come up with new year’s resolutions they want to fulfill. We’re in the SEO industry are not exempt from it.
What goals do make sense for 2010? I’ve selected 20 of them you might want to use as your resolutions as well, the 20 SEO new year’s resolutions for 2010
1.I will build less links and get more links organically instead
2.I will care less about PageRank, traffic and rankings and focus more on conversions, profits and ROI instead.
3.I will stop “doing SEO” and will make my websites succeed on the Web instead, whatever it takes and no matter how you call it
4.I will try to get more organic visitors and less paid ones
5.I will try to get more returning visitors and instead of just casual social media and search visitors
6.I will reduce my bounce rate by 20, 30 or 40%
7.I will invest more in branding to get more branded searches and less via fickle generic keywords
8.I will stop using social media and start contributing in a meaningful way
9.I will care less about short term results and implement long term strategies instead
10.I will make my current projects succeed and my current clients happy instead of starting more projects and seeking new clients
11.I will get less dependent on Google and diversify my income sources
12.I will make my sites more usable for those users than reach them already to make them stay
13.I will set up more conversion goals to get results beyond sales. Think subscriptions, mentions, social media votes
14.I will combine my SEO, social media and CRM strategies to form a new holistic approach
15.I will stop competing by the price and will start competing by the quality of products and services. Indians will always be cheaper anyways
16.I will stop hiding what I do and rather proudly brag about my clients, employees and partners
17.I will undertake steps to gain foothold in the mobile and local markets by optimizing for mobile devices and local search
18.I will take part in some real life industry events or conferences to get more social for real
19.I will write more tutorials and how to articles to educate my peers and readers
20.I will use more different media formats like images, videos, micro blogging, ebooks and infographics to succeed in universal search
All these resolutions start with “I” in order for you to be able to better identify with them. It’s not solely the “I” of the author. It’s not only me. You can do it too.
You can get better in 2010 as well. Of course I have implemented some of them in the past already but still all of these resolutions make sense in 2010.
บทความ SEO, เทคนิคการทำSEO, e-marketing, e-commerce, การหานีชคีย์เวิร์ด(Niche Keyword), การทำอันดับใน Google (Google Ranking), เทคนิค On Page - Off Page และมาทำความรู้จักกับ Google ให้ดียิ่งขึ้น ที่นี่!!
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552
บทความ SEO : วิธี sumit sitemap (วิดีโอ)
วิธี submit sitemap ใน Google Webmaster Tool น่ะครับ
เป็นวิธีอย่างง่าย ลองเข้าไปดูน่ะครับ
http://addsitemap.googlepages.com/addsitemap.wmv
http://addsitemap.googlepages.com/blogger.wmv
หรือ
http://addsitemap.googlepages.com/addsitemap.html
http://addsitemap.googlepages.com/blogger.html
เป็นวิธีอย่างง่าย ลองเข้าไปดูน่ะครับ
http://addsitemap.googlepages.com/addsitemap.wmv
http://addsitemap.googlepages.com/blogger.wmv
หรือ
http://addsitemap.googlepages.com/addsitemap.html
http://addsitemap.googlepages.com/blogger.html
บทความ SEO : Site Reinclusion - การแก้ไขเมื่อเวบไซต์โดนแบน
เมื่อ web เราโดนแบนนั้นต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน หรืออาจน้อยกว่าก็ได้ขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยน web รีบแก้ไขโดยด่วน แล้วตรวจสอบ on page factors ว่ามีแสปมตรงจุดใหนรีบแก้ไขซะ
ให้ตรวจสอบ ดังต่อไปนี้
1.keyword stuffing 2.hidden tex & hidden link 3.link spam 4. redirects 5. mirror ,duplicate page 6.tiny tex 7.page swapping & page jaking 8.doorway pages 9. cloacking
เมื่อ ได้ ตรวจสอบแล้ว ทุกอย่างลงตัวไม่ได้อยู่ในข่าย ก็พร้อมที่จะเตรียม Site Reinclusion ได้เลยครับ
เพื่อยืนยัน นอนยัน ว่าเวบเราไม่มี สแปม
google Site Reinclusion
โค๊ด: http://www.google.com/support/bin/request.py
yahoo secound reviwe request
โค๊ด: http://add.yahoo.com/fast/help/us/ysearch/cgi_rereview
msn Site Reinclusion
โค๊ด: http://support.msn.com/eform.aspx?productKey=search&page=support_home_options_form_byemail&ct=eformts
ขอบคุณครับ
ให้ตรวจสอบ ดังต่อไปนี้
1.keyword stuffing 2.hidden tex & hidden link 3.link spam 4. redirects 5. mirror ,duplicate page 6.tiny tex 7.page swapping & page jaking 8.doorway pages 9. cloacking
เมื่อ ได้ ตรวจสอบแล้ว ทุกอย่างลงตัวไม่ได้อยู่ในข่าย ก็พร้อมที่จะเตรียม Site Reinclusion ได้เลยครับ
เพื่อยืนยัน นอนยัน ว่าเวบเราไม่มี สแปม
google Site Reinclusion
โค๊ด: http://www.google.com/support/bin/request.py
yahoo secound reviwe request
โค๊ด: http://add.yahoo.com/fast/help/us/ysearch/cgi_rereview
msn Site Reinclusion
โค๊ด: http://support.msn.com/eform.aspx?productKey=search&page=support_home_options_form_byemail&ct=eformts
ขอบคุณครับ
วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552
บทความ SEO : การทำรายได้จาก Adsense แบบ Step By Step สำหรับมือใหม่ ...อ่านแล้วได้ 100 USD แน่ !!!
การทำรายได้จาก Adsense แบบ Step By Step สำหรับมือใหม่ .....โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มทำ
1. รายได้มาจากใหนยังไง
ตอบ มาจากการติดโฆษณาของ Google โดยคุณต้องไปสมัคร Adsense ก่อนก่อน ซึ่งก่อนสมัคร คุณต้องมีเว็บไซต์ก่อน 1 เว็บเพื่อเปิดบัญชี Adsense
2. ติดโฆษณา Adsense แล้วได้เงินยังไง
ตอบ ได้เงินเมื่อมีผู้คลิกโฆษราผ่านหน้าเว็บของคุณ รายได้ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับ Keyword และภาษาของเว็บ ปกติภาษาไทยจะอยู่ 0.00-0.05 ต่อคลิก อังกฤษ 0.05-0.50 ต่อคลิก
3. ทำอย่างไรให้คนคลิกโฆษณา
ตอบ อันดับแรกต้องทำให้คนเข้าเว็บของคุณเสียก่อน
4. ทำอย่างไรให้คนเข้าเว็บ
ตอบ ง่ายมาก ทำเว็บดีๆ คือมีบทความคุณภาพไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย เช่น "ในปัจจุบันนี้" หรือ "ทำให้ดีขึ้น" เพราะไม่มีใครใช้คำเหล่านี้ในการ Search ที่สำคัญอีกข้อ ไม่ลอกเว็บคนอื่นๆ มีการเน้นคำที่เป็น Keyword โดยอาจใช้ตัวหนาเป็นต้น
5. มีปัจจัยอะไรอีกบ้างที่ทำให้คนเข้าเว็บเยอะ
ตอบ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับ Google เพื่อให้ Google คิดว่าเราเป็นเว็บที่ดี น่าให้อันดับต้นๆ
วิธีทำคือ การแลก Link กับเว็บในหมวดเดียวกัน และมี PR หรือ PageRank สูงๆตั้งแต่ PR2 ขึ้นไป เพราะ Google เชื่อว่าถ้าเว็บใหนมี Lnik ส่งมาเยอะแสดงว่าเป็นที่รู้จัก
6. อะไรอีก
ตอบ อีกข้อที่สำคัญ การตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ เช่นภาพ รถ ถ้าคุณตั้งชื่อว่า 001.jpg Google มันจะคิดว่าเป็นภาพหวยเลขท้าย 3 ตัวก็เป็นได้
7. อะไรอีก
ตอบ การทำ Link หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า อ่านต่อ หรือ คลิกที่นี่ เพราะ Google มันจะคิดว่าให้ไปอ่านบทความเกี่ยวกับตัวต่อ .....555+
เช่นการ Link ไปหน้ารายละเอียดรถ ก็ระบุเลยว่า "รายละเอียดรถ TOYOTA" เป็นต้น
8. อะไรอีก
ตอบ แลก Link มันยากก็หา Submit เว้บเราลง Directory ต่างๆ ซึ่งมันมีหลายแบบ ที่รู้จักก็มี Social Bookmark , Search Engine , Directory ซึ่งมีเป็ล้านๆเว็บ หลักการคือเลือก Submit บางที่ก็พอเลือกที่ PR มันสูง
สุดท้ายนี้ขอให้มือใหม่ทุกท่านมีกำลังใจครับ
1. รายได้มาจากใหนยังไง
ตอบ มาจากการติดโฆษณาของ Google โดยคุณต้องไปสมัคร Adsense ก่อนก่อน ซึ่งก่อนสมัคร คุณต้องมีเว็บไซต์ก่อน 1 เว็บเพื่อเปิดบัญชี Adsense
2. ติดโฆษณา Adsense แล้วได้เงินยังไง
ตอบ ได้เงินเมื่อมีผู้คลิกโฆษราผ่านหน้าเว็บของคุณ รายได้ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับ Keyword และภาษาของเว็บ ปกติภาษาไทยจะอยู่ 0.00-0.05 ต่อคลิก อังกฤษ 0.05-0.50 ต่อคลิก
3. ทำอย่างไรให้คนคลิกโฆษณา
ตอบ อันดับแรกต้องทำให้คนเข้าเว็บของคุณเสียก่อน
4. ทำอย่างไรให้คนเข้าเว็บ
ตอบ ง่ายมาก ทำเว็บดีๆ คือมีบทความคุณภาพไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย เช่น "ในปัจจุบันนี้" หรือ "ทำให้ดีขึ้น" เพราะไม่มีใครใช้คำเหล่านี้ในการ Search ที่สำคัญอีกข้อ ไม่ลอกเว็บคนอื่นๆ มีการเน้นคำที่เป็น Keyword โดยอาจใช้ตัวหนาเป็นต้น
5. มีปัจจัยอะไรอีกบ้างที่ทำให้คนเข้าเว็บเยอะ
ตอบ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับ Google เพื่อให้ Google คิดว่าเราเป็นเว็บที่ดี น่าให้อันดับต้นๆ
วิธีทำคือ การแลก Link กับเว็บในหมวดเดียวกัน และมี PR หรือ PageRank สูงๆตั้งแต่ PR2 ขึ้นไป เพราะ Google เชื่อว่าถ้าเว็บใหนมี Lnik ส่งมาเยอะแสดงว่าเป็นที่รู้จัก
6. อะไรอีก
ตอบ อีกข้อที่สำคัญ การตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ เช่นภาพ รถ ถ้าคุณตั้งชื่อว่า 001.jpg Google มันจะคิดว่าเป็นภาพหวยเลขท้าย 3 ตัวก็เป็นได้
7. อะไรอีก
ตอบ การทำ Link หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า อ่านต่อ หรือ คลิกที่นี่ เพราะ Google มันจะคิดว่าให้ไปอ่านบทความเกี่ยวกับตัวต่อ .....555+
เช่นการ Link ไปหน้ารายละเอียดรถ ก็ระบุเลยว่า "รายละเอียดรถ TOYOTA" เป็นต้น
8. อะไรอีก
ตอบ แลก Link มันยากก็หา Submit เว้บเราลง Directory ต่างๆ ซึ่งมันมีหลายแบบ ที่รู้จักก็มี Social Bookmark , Search Engine , Directory ซึ่งมีเป็ล้านๆเว็บ หลักการคือเลือก Submit บางที่ก็พอเลือกที่ PR มันสูง
สุดท้ายนี้ขอให้มือใหม่ทุกท่านมีกำลังใจครับ
วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552
บทความ SEO : 7 ขั้นตอนสู่การ index เว็บเข้า google
ขั้นตอนที่ผมใช้ก็เป้นวิธีการทั่วๆ ไป โดยในเคสนี้เกี่ยวข้องกับการทำ
Google AdSense
1. เริ่มต้นหาคีย์ที่ต้องการในการทำเว็บไซต์
2. เริ่มต้นการสร้างงตามปกติ
3. สร้างลิงค์และ Sitemap
4. ติดตั้งส่วนของ google analytics
5. ทำการ submit web ตาม directory ที่เป้นที่นิยม (ที่คิดว่าบอทเข้าบ่อยๆ)
6. ตรวจสอบและวัดผล (ช่วงนี้เอาเวลาไปปั่นเว้บใหม่ได้อีกหลายเว้บครับ)
7. เมื่อเว้บไซต์ขึ้นอันดับเรียบร้อย ทำการตรวจสอบจาก Google Analytics เพื่อตรวจสอบคีย์
และทำการ Optimize ต่อเนื่อง
Google AdSense
1. เริ่มต้นหาคีย์ที่ต้องการในการทำเว็บไซต์
2. เริ่มต้นการสร้างงตามปกติ
3. สร้างลิงค์และ Sitemap
4. ติดตั้งส่วนของ google analytics
5. ทำการ submit web ตาม directory ที่เป้นที่นิยม (ที่คิดว่าบอทเข้าบ่อยๆ)
6. ตรวจสอบและวัดผล (ช่วงนี้เอาเวลาไปปั่นเว้บใหม่ได้อีกหลายเว้บครับ)
7. เมื่อเว้บไซต์ขึ้นอันดับเรียบร้อย ทำการตรวจสอบจาก Google Analytics เพื่อตรวจสอบคีย์
และทำการ Optimize ต่อเนื่อง
บทความ SEO : หลักการสมัคร adsense แบบโป้งเดียวติด
แหมช่วงนี้ฮ๊อตมีเพื่อน ๆ ที่เข้าไปชมเวบผมแอดมาทาง msn 3-4 ท่าน บ้างก็มาถามปัญหาคอมบ้าง คุยเรื่องสาระบ้าง
แต่คำถามที่ทุกคนถามก็คือ สมัครแอดเซนยังไงให้ผ่าน เพราะพวกเค้าเหล่านั้นสมัครกันมา 3-4 รอบแล้ว ไม่ผ่านซักที
ผมก็ขอเข้าไปดูเวบ แล้วก็ อ้อมันไม่ผ่านก็ถูกแล้วหล่ะ ก็ไป copy บทความฝรั่งเค้ามาทั้งดุ้น ธีมก็ไม่มี แถมยังมีแค่ 2 บทความอีก อย่างนี้ ยื่นไปกี่ร้อยรอบพี่กรูว ก็ไม่ให้ผ่านหรอก วันนี้เลยจะมาสาธยายวิธีสมัคร โป้งเดียว ตาย! เอ๊ย โป้งเดียวผ่าน กันไป
ใครที่เคยเข้าเวบผมช่วงแรก ๆ (รวมถึงช่วงนี้) คงบอกได้คำเดียวว่าหน้าตามัน "บ้านนอกมั๊กๆ" แบบ 10 ปี 20 ปีที่แล้ว ยุค บร๊ะเจ้า html เพิ่งกำเนิด แต่บอกไว้ก่อนเลยนะครับว่า เวบนี้ สมัครปุ๊บ พี่กรู แอปปรูฟแค่ 3 วัน ผ่านเลย
ทำยังไงหน่ะเหรอ ก่อนสมัครผมจัดเตรียมเนื้อหาไว้มากพอควรครับ จัดเป็นบทความ เขียนเอง จำนวน 6 บทความ และบทความที่ ก๊อปเค้ามาอีก 2-3 อันแต่ให้ cradit ทุกอัน ไม่กล้าก๊อปมากกลัวโดนด่า แค่นั้นเอง แค่นั้น จริง ๆ ผ่านเลย หลาย ๆ คนถามอ้าว นู๋ ไม่มีความสามารถเรื่องการเขียน หล่ะจะทำอย่างไร ง่ายมาก บ้านผมเรียก รีไรท์ครับ ก๊อปเค้ามา อ่านทำความเข้าใจ ซัก 2 รอบ แล้วเขียนใหม่เป็นภาษาตัวเอง เอาแบบให้ตัวเองอ่านเข้าใจ อ่านซัก 2-3 รอบ ว่าเข้าใจดีแล้ว แล้วก็หารูปมาแปะซักหน่อยหรือ Vdo จาก youtube ก็ได้ ไม่ใช่บทความล้วนโล้นเลี่ยน อย่าง Auto blog ที่ทำ ๆ กัน เขียนซัก 5-6 บทความ และเนื้อหาย่อย ๆ อีกเล็กน้อย ก็น่าจะผ่านแล้ว
อ้าวแล้วถ้า นู๋จะทำบล๊อกภาษาอังกฤษหล่ะ อันนี้เคยอ่านเจอ และเอาไปทำวิธีของผมคือใช้ plugin autopost อย่าง article auto poster ของwp โพสต์แล้วมานั่งอ่าน คร่าว ๆ ว่าเนื้อหาตรง กับที่เราต้องการไหม (คร่าว ๆ นะ เพราะ อังกฤษผมก็อ่อนแอเหลือทน) จากนั้นก็ copy บทความนั้น ไปใส่ใน พี่กรูววว ช่วยแปล กลับไปกลับมาซัก 4-5 รอบ เช่น eng เป็น เยอรมัน เยอรมัน เป็นฝรั่งเศส ฝรั่งเศส เป็นอังกฤษ ใช้ภาษากลาง ๆ เข้าไว้อย่าไปใช้พวกไทย หรือ ญี่ปุ่น เพราะโครางสร้าง ภาษามันจะเพี้ยนไปจนอ่านไม่ได้ความ แล้ว ก็ เอา บทความนั้น มาแปะ อีกที เราก็จะได้ บทความแบบ ยูนีค ๆ ใส่ ซัก 5-6 บทความ แล้ว ลองสมัครดู ไม่น่าพลาด นะ ลองดูนะ สู้ ๆ มือใหม่ แอดเซนทั้งหลาย
อ้อลืมไป ทำเวบเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งสมัครเลย โปรโมทซัก อาทิตย์ สองอาทิตย์ ให้ Google index ก่อนก็จะดี
แต่คำถามที่ทุกคนถามก็คือ สมัครแอดเซนยังไงให้ผ่าน เพราะพวกเค้าเหล่านั้นสมัครกันมา 3-4 รอบแล้ว ไม่ผ่านซักที
ผมก็ขอเข้าไปดูเวบ แล้วก็ อ้อมันไม่ผ่านก็ถูกแล้วหล่ะ ก็ไป copy บทความฝรั่งเค้ามาทั้งดุ้น ธีมก็ไม่มี แถมยังมีแค่ 2 บทความอีก อย่างนี้ ยื่นไปกี่ร้อยรอบพี่กรูว ก็ไม่ให้ผ่านหรอก วันนี้เลยจะมาสาธยายวิธีสมัคร โป้งเดียว ตาย! เอ๊ย โป้งเดียวผ่าน กันไป
ใครที่เคยเข้าเวบผมช่วงแรก ๆ (รวมถึงช่วงนี้) คงบอกได้คำเดียวว่าหน้าตามัน "บ้านนอกมั๊กๆ" แบบ 10 ปี 20 ปีที่แล้ว ยุค บร๊ะเจ้า html เพิ่งกำเนิด แต่บอกไว้ก่อนเลยนะครับว่า เวบนี้ สมัครปุ๊บ พี่กรู แอปปรูฟแค่ 3 วัน ผ่านเลย
ทำยังไงหน่ะเหรอ ก่อนสมัครผมจัดเตรียมเนื้อหาไว้มากพอควรครับ จัดเป็นบทความ เขียนเอง จำนวน 6 บทความ และบทความที่ ก๊อปเค้ามาอีก 2-3 อันแต่ให้ cradit ทุกอัน ไม่กล้าก๊อปมากกลัวโดนด่า แค่นั้นเอง แค่นั้น จริง ๆ ผ่านเลย หลาย ๆ คนถามอ้าว นู๋ ไม่มีความสามารถเรื่องการเขียน หล่ะจะทำอย่างไร ง่ายมาก บ้านผมเรียก รีไรท์ครับ ก๊อปเค้ามา อ่านทำความเข้าใจ ซัก 2 รอบ แล้วเขียนใหม่เป็นภาษาตัวเอง เอาแบบให้ตัวเองอ่านเข้าใจ อ่านซัก 2-3 รอบ ว่าเข้าใจดีแล้ว แล้วก็หารูปมาแปะซักหน่อยหรือ Vdo จาก youtube ก็ได้ ไม่ใช่บทความล้วนโล้นเลี่ยน อย่าง Auto blog ที่ทำ ๆ กัน เขียนซัก 5-6 บทความ และเนื้อหาย่อย ๆ อีกเล็กน้อย ก็น่าจะผ่านแล้ว
อ้าวแล้วถ้า นู๋จะทำบล๊อกภาษาอังกฤษหล่ะ อันนี้เคยอ่านเจอ และเอาไปทำวิธีของผมคือใช้ plugin autopost อย่าง article auto poster ของwp โพสต์แล้วมานั่งอ่าน คร่าว ๆ ว่าเนื้อหาตรง กับที่เราต้องการไหม (คร่าว ๆ นะ เพราะ อังกฤษผมก็อ่อนแอเหลือทน) จากนั้นก็ copy บทความนั้น ไปใส่ใน พี่กรูววว ช่วยแปล กลับไปกลับมาซัก 4-5 รอบ เช่น eng เป็น เยอรมัน เยอรมัน เป็นฝรั่งเศส ฝรั่งเศส เป็นอังกฤษ ใช้ภาษากลาง ๆ เข้าไว้อย่าไปใช้พวกไทย หรือ ญี่ปุ่น เพราะโครางสร้าง ภาษามันจะเพี้ยนไปจนอ่านไม่ได้ความ แล้ว ก็ เอา บทความนั้น มาแปะ อีกที เราก็จะได้ บทความแบบ ยูนีค ๆ ใส่ ซัก 5-6 บทความ แล้ว ลองสมัครดู ไม่น่าพลาด นะ ลองดูนะ สู้ ๆ มือใหม่ แอดเซนทั้งหลาย
อ้อลืมไป ทำเวบเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งสมัครเลย โปรโมทซัก อาทิตย์ สองอาทิตย์ ให้ Google index ก่อนก็จะดี
วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552
บทความ SEO : ท่านที่สมัคร Adsense ไม่ผ่านเชิญทางนี้ครับ
สวัสดีครับ
หลาย ๆท่านที่สมัคร adsense ไม่ผ่านวันนี้ ผมมีทางเลือกง่าย ๆมาเสนอแล้วให้ท่าน ลองทำกันดูว่าง่ายจริงไหม ?
ก่อนอื่นเรามาเริมกันเลย โดยที่สมัครผ่านเว็บ http://www.docstoc.com เว็บนี้เป็นเว็บแชร์ไฟล์เอกสารต่างๆ ง่ายมาก
1) สมัครไอดี docstoc.com จนถึงขั้นตอน ถามว่ามี ไอดี adsense มั้ย (ไม่มี)
2) มันจะมีช่องให้กรอกอีเมล์ ใช้อันเดียวกะที่สมัคร docstoc
3) กลับไปเช็คเมล์ จะมีเมล์จาก adsense ก็ทำตามกระบวนการมัน
4) ไปที่ docstoc หาไฟล์ภาษาอังกฤษ pdf สักไฟล์ ที่ผมใช้สมัครมี 4 หน้าเอง หาจากเน็ตนี่แหล่ะ
5) นอนรอสามวันครับ
หลายคนอาจใช้สมัครผ่าน blogspot หรือ flixya ซึ่งก็แสนจะง่ายมาก แต่นี่เป็นอีกวิธี ถ้าใครสนใจก็ลองดูครับ
หลาย ๆท่านที่สมัคร adsense ไม่ผ่านวันนี้ ผมมีทางเลือกง่าย ๆมาเสนอแล้วให้ท่าน ลองทำกันดูว่าง่ายจริงไหม ?
ก่อนอื่นเรามาเริมกันเลย โดยที่สมัครผ่านเว็บ http://www.docstoc.com เว็บนี้เป็นเว็บแชร์ไฟล์เอกสารต่างๆ ง่ายมาก
1) สมัครไอดี docstoc.com จนถึงขั้นตอน ถามว่ามี ไอดี adsense มั้ย (ไม่มี)
2) มันจะมีช่องให้กรอกอีเมล์ ใช้อันเดียวกะที่สมัคร docstoc
3) กลับไปเช็คเมล์ จะมีเมล์จาก adsense ก็ทำตามกระบวนการมัน
4) ไปที่ docstoc หาไฟล์ภาษาอังกฤษ pdf สักไฟล์ ที่ผมใช้สมัครมี 4 หน้าเอง หาจากเน็ตนี่แหล่ะ
5) นอนรอสามวันครับ
หลายคนอาจใช้สมัครผ่าน blogspot หรือ flixya ซึ่งก็แสนจะง่ายมาก แต่นี่เป็นอีกวิธี ถ้าใครสนใจก็ลองดูครับ
วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552
บทความ SEO : 50 เว็บไซต์ที่คนไทยเข้ามากที่สุด – ต.ค. 2009/2552
Thursday, November 5, 2009, 22:35

มาแล้ว ตัวเลขเว็บไซต์ทั้งไทยและต่างประเทศที่คนไทยนิยมเข้ามากที่สุดในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงอันดับของเดือนนี้มีเพียงสลับขึ้นสลับลง และมี 2 web sites ที่หลุดอันดับ 50 คือ Pantipmarket.com และ Yenta4.com โดยมี 1 web site ใหม่ที่ติดเข้ามาคือ Bu520.com และมีหนึ่งเว็บที่กลับมาติดอันดับอีกครั้งคือ TLCthai.com
ความเคลื่อนไหวของ Social Media มีบ้างเล็กน้อย: Hi5 และ Facebook ยังคงอยู่อันดับเดิม คือ 3 และ 6 ส่วน Multiply อันดับลดลงจากอันดับที่ 24 มาที่ 26 และ Twitter นั้นขึ้นมาจากอันดับที่ 38 มายังอันดับที่ 34 ยังคงต้องจับตาดูกันต่อไปสำหรับความเคลื่อนไหวของ Social Network เว็บไซต์ในไทย
from : marketingoops.com/reports/metrix/top50web-oct09/
มาแล้ว ตัวเลขเว็บไซต์ทั้งไทยและต่างประเทศที่คนไทยนิยมเข้ามากที่สุดในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงอันดับของเดือนนี้มีเพียงสลับขึ้นสลับลง และมี 2 web sites ที่หลุดอันดับ 50 คือ Pantipmarket.com และ Yenta4.com โดยมี 1 web site ใหม่ที่ติดเข้ามาคือ Bu520.com และมีหนึ่งเว็บที่กลับมาติดอันดับอีกครั้งคือ TLCthai.com
ความเคลื่อนไหวของ Social Media มีบ้างเล็กน้อย: Hi5 และ Facebook ยังคงอยู่อันดับเดิม คือ 3 และ 6 ส่วน Multiply อันดับลดลงจากอันดับที่ 24 มาที่ 26 และ Twitter นั้นขึ้นมาจากอันดับที่ 38 มายังอันดับที่ 34 ยังคงต้องจับตาดูกันต่อไปสำหรับความเคลื่อนไหวของ Social Network เว็บไซต์ในไทย
from : marketingoops.com/reports/metrix/top50web-oct09/
วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552
บทความ SEO : SEO check lists-และการให้แต้ม/ตัดแต้ม
1 Keywords ใน title tag
จุดสำคัญที่สุดจุดหนึ่งที่จะใส่ Keywords ของเราคือ Keywords ใน title tag เพราะ Keyword จะถูกโชว์ใน search results ในฐานะ page title ตัว title tag ควรจะสั้นๆ (6 or 7 คำสูงสุด) และ Keyword ควรจะอยู่ใกล้จุดเริ่มต้นประโยค +3
2 Keywords ใน URL
Keywords ใน URLs ช่วยได้ เช่น. - http://domainname.com/seo-services.html, จะเห็นว่า “SEO services” เป็น keyword phrase ที่เราพยายามจะเน้น แต่ถ้าในเอกสารของคุณไม่มี Keyword คำนี้อยู่ การใส่ Keywords ใน URL ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก
+3
3 ความหนาแน่นของ Keyword ในเว็บ
ความหนาแน่นของคีย์เวิร์ดที่ดีควรจะ check ให้อยู่ราวๆ 3-7 % สำหรับ Keyword หลัก, 1-2% สำหรับคีย์อวิร์ดรอง. แต่ถ้าความหนาแน่น ของ Keyword นั้นมากกว่า 10% จะดูเยอะเกินและเหมือนกับยัดคีย์เวิร์ดซึ่งจะส่งผลไม่ดี
+3
4 Keywords ใน anchor text
นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก the anchor text of inbound links, เพราะว่าถ้าคุณมี keyword เป็นคำ anchor text ที่ลิงค์เข้ามาจากเว็บอื่นๆ ก็จะเปรียบเทียบได้กับการได้รับการ vote จาก site นั้นๆไม่ใช่แต่เฉพาะทั้งเว็บตามปกติ, แต่จะเกี่ยวกับ keyword ด้วย
+3
5 Keywords in headings (H1, H2, etc. tags)
อีกจุดหนึ่งที่ให้น้ำหนัก Keyword ด้วยอย่างมาก. แต่ก็ให้แน่ใจด้วยว่าในหน้าเว็บนั้นๆของคุณก็มี text ที่เป็น Keyword นี้ด้วยเช่นกัน +3
6 Keywords ในจุดเริ่มต้นของ เอกสาร
ถึงแม้คะแนนจะไม่มากเท่า anchor text, title tag หรือ headings. อย่างไรก็ตามให้นึกไว้เสมอว่า จุดเริ่มต้นของเนื้อความใน document ไม่จำเป็นต้องหมายถึง ย่อหน้าแรกเสมอไปนะครับ – เช่นถ้าเราใช้ tables, ข้อความหลักน่าจะอยู่ที่ column ที่สอง row สองมากกว่า +2
7 Keywords ภายใน tags
Spiders จะไม่รู้จักรูป images แต่มันสามารถอ่าน textual descriptions ใน tag ได้, เพราะฉนั้นถ้าคุณมีรูป, ให้ใส่ keyword บางตัวใน tag ด้วย +2
8 Keywords ใน metatags
่ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ความสำคัญในส่วนของ meta ได้ลดลงมาบ้าง (แต่ก็ยังต้องใส่อยู่), เพราะว่า Google. Yahoo! และ MSN ก็ยังพิจารณาส่วนนี้อยู่, โดยเฉพาะ Yahoo! กับ MSN, การใส่ keyword ใน meta ก็ยังดีกว่าไม่ใส่เลยนะครับ +1
9 Keyword proximity
Keyword proximity เป็นตัววัดความใกล้กันของตัว text ใน keywords ซึ่งจะให้ผลดีที่สุดถ้า keyword ตัวนึงอยู่ต่อกับอีกตัวนึงพอดี (เช่น “dog food”), ที่ไม่มีคำอื่นใดไปแทรกกลางระหว่างมัน. ตัวอย่างเช่นถ้าเรามีคำว่า “dog” ในย่อหน้าแรกและ “food” ในย่อหน้าที่สาม , Google ก็จะนับ keyword ให้เหมือนกันแต่ก็จะไม่ได้ให้น้ำหนักมากเท่า“dog food” ที่ไม่มีอะไรแทรกกลางเลย. Keyword proximityจะเหมาะกับ keyword ที่มีคำมากกว่าสองคำอยู่ด้วยกันครับ +1
10 Keyword phrases
ในบาง Keyword เราสามารถที่จะ optimize ตัว keywordที่ประกอบด้วยคำหลายคำได้ เช่น “SEO services” จะเป็น keyword phrases ที่น่าจะเป็นที่นิยมในการค้นหา เพราะผู้เซิร์ทหลายคนน่าจะพิมพ์ทั้งสองคำนี้ลงไปตรงๆ แต่ในบางโอกาส การแยก keyword เป็น 2หรือ 3 คำ เช่น “SEO” และ “services” ก็อาจจะทำให้เจอได้ในบางครั้งเช่นกัน เพียงแต่จะมีน้ำหนักที่น้อยกว่าบ้าง +1
11 Secondary keywords
การ Optimizing สำหรับ keywords ที่รองลงไป (บางทีเป็น sub categories ของ keyword หลัก) ก็เป็นความคิดที่ดี เพราะแน่นอนว่าทุกๆคนพยายามที่จะ optimizing keywords ที่ดังๆ และค่อนข้าง General ทำให้ keyword ที่รองลงมาอาจไม่ค่อยได้ถูกโฟกัส นั่นหมายความว่าถ้ามีคน search ก็กลับจะดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น “boutique hotel pattaya” นั้นมีคนเซิร์ทน้อยกว่า “boutique hotel” เป็น พันๆเท่าแน่นอน แต่ถ้าคุณทำธุรกิจนี้ในพัทยา ถึงแม้คุณจะมีคนเซิร์ทเจอน้อยกว่าแต่คนที่เจอก็เป็น targeted traffic แน่นอน +1
12 Keyword stemming
สำหรับภาษาอังกฤษ การใส่คำที่มีความหมายในทางเดียวกัน เช่น dog, dogs, doggy,และอื่นๆ จะถูกคิดว่ามีความสำพันธ์กันถ้าคุณมีคำว่า “dog”อยู่ใน pageของคูณ, เว็บอาจจะถูเซิร์ทเจอเพราะคำว่า “dogs” หรือ “doggy”ได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามสำหรับภาษาไทยนั้นการใส่ keyword ที่คล้ายๆกันไปด้วยก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นเพราะ search engine ยังไม่รู้จักรากของคำดีพอ (ถึงแม้ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา google สามารถที่จะตัดแยกคำไทยที่เขียนติดกันได้แล้วก็ตาม) +1
13 Synonyms
สำหรับภาษาอังกฤษ การ Optimizing คำที่มีความหมายเดียวกัน (synonyms)ของ target keywords, ก็จะให้ผลดีด้วยเพราะ search engine นั้นมีความฉลาดพอที่จะรู้เรื่องนี้แล้ว แต่สำหรับภาษาไทยนั้น search engine ยังไม่รู้จักคำเหมือนนะครับ +1
14 Keyword Mistypes
การสะกดผิดเป็นเรื่องที่เป็นกันบ่อย หรือแม้แต่การตั้งใจเขียนให้มีความหมายคล้ายกันแต่เขียนให้ส้นลง เช่น Christmas กับ Xmas ซึ่งเราก็อยากจะ optimize ทั้งคู่ซึ่งแน่นอนว่าเราก็จะได้ Traffic ที่เพิ่มขึ้น แต่การแกล้งพิมพ์ผิดหรือพิมพ์เพี้ยนในเว็บไซต์นั้นอาจจะทำให้เว็บไม่ค่อยน่าประทับใจ ทางที่ดีใส่แค่ใน meta ดีกว่า 0
15 Keyword dilution
ถ้าคุณพยายามที่จะ optimizing keywords หลายคำเกินไป, โดยเฉพาะอย่างยิ่งคีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย จะทำให้ performance ของ keywords รวมทั้งตัวหลักๆนั้นเจอจางลงไปเช่นเดียวกับการมี text อยู่เท่านั้น -2
16 Keyword stuffing
การตั้งใจใส่ keywords ที่เยอะเกินไปจนผิดธรรมชาติ (มากกว่า 10% ของคำทั้งหมดใน page)เรียกว่า stuffing และจะทำให้เว็บของคุณเสี่ยงต่อการถูกแบนโดย search engine -3
Links – internal, inbound, outbound
17 Anchor text of inbound links
การถูกลิงก์จากเว็บไซต์อื่นเข้ามา โดยมี text ของลิงก์ตรงกับkeyword เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดของประสิทธิภาพ keywords( แต่ถึงจะไม่มี anchor text ตรงๆกับ keyword ก็ยัง OK นะครับ) +3
18 Origin of inbound links
เช่นเดียวกับanchor text, คุณภาพ (reputable)ของเว็บที่ลิงก์เข้ามานั้นก็สำคัญมากเช่นกัน โดยปกติเว็บที่มี Google PR ที่ดีก็มักจะมี reputable ดีด้วยเช่นกัน +3
19 Links from similar sites
ลิงก์จากเว็บที่คล้ายๆกันก็มีประโยชน์อย่างมากเช่นกัน เพราะมันแสดงถึงว่าคู่แข่งของคุณกำลังโหวตให้คุณ และคุณกำลัง popular ใน community นั้นๆ +3
20 Links from .edu and .gov sites
ลิงก์เหล่านี้มีมูลค่ามากทีเดียว เพราะว่าเว็บประเภท .edu และ .gov นั้นจะมี reputable สูงกว่า .com .biz .info หรืออื่นๆ และอีกอย่างก็คือ ลิงก์ออกจากเว็บเหล่านี้ก็มีไม่เยอะซะด้วย +3
21 Number of backlinks
แน่นอนว่ายิ่งมีคนลิงก์เข้ามาเยอะก็ยิ่งดี ถึงแม้ว่า คุณภาพของเว็บที่ลิงก์จะมีความสำคัญมากกว่าจำนวนก็ตาม +3
22 Anchor text of internal links
การใส่ anchor text สำหรับลิงก์ภายในเว็บของเราเองก็ให้ผลดีและเป็นสิ่งสำคัญที่ทำได้ไม่ยาก +2
23 Around-the-anchor text
text ที่อยู่ก่อนและหลังของ anchor text ก็มีความสำคัญเช่นกัน เรามันจะเป็นตัวบอกความตั้งใจในการใส่ลิงก์ของคุณ ว่าใส่อย่างผิดธรรมชาติหรือ flow อยู่ข้างในกลุ่ม text หรือไม่ +2
24 Age of inbound links
อายุของ ลิงก์ เข้ามาจากเว็บอื่นยิ่งมากยิ่งดี เพราะว่าการได้ลิงก์จำนวนมากเข้ามาในระยะเวลาไม่นานนั้นแสดงให้เห็นว่าคุณน่าจะซื้อมันมากกว่า +2
25 Links from directories
การใด้ลิงก์จากเว็บ Directory ก็สำคัญเช่นกันและขึ้นอยู่กับคุณภาพของ Directory นั้นๆด้วย เช่นการให้ลิงก์จาก DMOZ ,Yahoo นั้นจะให้ผลที่ดีมากๆ แต่การมีลิงค์จำนวนมหาศาลจาก Directory ที่มี PR-0 นั้นกลับไร้ประโยชน์ และยังอาจเสี่ยงต่อการถูกคิดว่าเป็น spam links อีกด้วยถ้าคุณมีเป็นร้อยเป็นพันลิงก์ +2
26 Number of outgoing links on the page that links to you
เว็บที่ลิงก์เข้ามาให้คุณนั้น ถ้ามีลิงก์ออกไปที่อื่นยิ่งน้อยยิ่งดีเพราะว่ามันแสดงถึงความสำคัญของเว็บคุณต่อเค้านั่นเอง อันนี้เป็นหลักการของการให้ pagerank โดยปกติ +1
27 Named anchors
Named anchors บริเวณเป้าหมาย ลิงก์ภายในไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับ navigation ภายใน แต่ยังสำคัญกับ SEO ด้วยเพราะเป็นการเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของ ย่อหน้าหรือ text นั้นๆ สำหรับ code, named anchors เช่น: Read about dogs และ “#dogs”ก็คือ named anchor. +1
28 IP address of inbound link
Google denies Google นั้นจะไม่ให้ความสำคัญและไม่ให้น้ำหนักจากลิงก์ที่มาจาก IP address เดียวกัน แต่ MSN และ Yahoo นั้นอาจจะไม่รับ ลิงก์ที่มาจาก IP address เดียวกัน ด้วยซ้ำ ดังนั้นเป็นการดีที่จะได้ลิงก์เข้ามาจาก IPs ที่ต่างกัน +1
29 Inbound links from link farms and other suspicious sites
การได้รับลิงก์มากจากเว็บรวมลิงก์ (links farm) นั้นจะไม่ส่งผลอะไรต่อเว็บของคุณเลย และก็ไม่ถูกทำโทษด้วยเพราะว่ามันไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ยังไงก็ตาม อยุ่ห่างๆจากเว็บพวกนี้ก็ดีครับ 0
30 Many outgoing links
Google จะไม่ชอบเว็บ page ที่มีลิงก์ออกเป็นจำนวนมาก เพราะฉนั้นคุณต้องพยายามไม่ให้ลิงก์ออกจากเว็บเกิน 100 ต่อหนึ่งหน้า มิเช่นนั้นจะส่งผลเสียต่อเว็บของคุณ -1
31 Excessive linking, link spamming
ถ้าเว็บคุณมีลิงก์หลายอันไปที่เว็บๆเดียว หรือได้ลิงก์เข้ามาหลายๆอันจากเว็บๆเดียว (แม้ว่าเว็[นั้นจะไม่ใช่เว็บที่คุณภาพต่ำก็ตาม) อันนี้ก็ส่งผลเสียเช่นกันเพราะจะดูเหมือนกับการซื้อลิงก์หรือ spamming -1
32 Outbound links to link farms and other suspicious sites
ถ้าคุณมีลิงก์ออก (outbound) ไปที่เว็บที่ถูกทำโทษไปแล้วหรือไปที่ link farm จะทำให้ถูกตัดแต้มอย่างมาก ดังนั้นต้องหมั่นเช็คลิงก์ขาออก จากเว็บของคุณเสมอเพราะบางทีเว็บที่ดีก็มีการเปลี่ยนไปเป็นเว็บที่แย่ได้เหมือนกัน (bad neighbors )-3
33 Cross-linking
ตัวอย่างของ Cross linking เช่นเว็บ A ลิงก์ออกไปที่เว็บ B และเว็บ B ลิงก์ออกไปที่เว็บ C และ เว็บ C ลิงก์กลับมาที่เว็บ A การกระทำอย่างนี้ก็เหมือนเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนลิงก์จำนวนมากเช่นกัน แม้และจะโดนตัดแต้มอย่างมาก (กรณีที่ซับซ้อนกว่านี้ google ก็ยังสามารถเช็คได้ดังนั้นทำอะไรให้เป็นธรรมชาติด้วยจำนวนลิงก์ที่เหมาะสมเช่นเพื่อนแนะนำเพื่อนในกลุ่มเดียวกันก็ไม่เป็นไร) -3
34 Single pixel links
ถ้าพยายามทำลิงก์ที่มีขนาดแค่ pixel เดียวหรือมีขนาดที่คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นเพื่อหวังผลว่าจะหลอก search engine ก็จะถูกตัดแต้มด้วยเช่นกัน -3
Metatags
35 metatag
Metatags เริ่มมีความสำคัญน้อยลงไปเรื่อยๆแต่ก็ยังมีผลอยู่เช่นกัน ซึ่งจะมีทั้ง และ ถ้าเราต้องการอธิบายเว็บของเราให้ใส่ ( yahoo และ msn ยังคงให้ความสำคัญมากอยู่) และบางครั้ง description ก็จะขึ้นใน search results เช่นกัน +1
36 metatag
metatag นั้นยังมีผลต่อ google เวลาใส่ metatag ให้ใส่ด้วยความยาวที่เหมาะสมคือประมาณ 10-20 keywords และอย่ายัด keyword ที่ไม่มีในหน้า page ของคุณลงไปเพราะจะส่งผลเสียแทน +1
37 metatag
ถ้าเว็บไซต์ของเราต้องการ specific ภาษา ก็อย่าให้ tag ภาษาว่างเปล่า ถึงแม้ว่า search engine จะมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนกว่าในการวิเคราะห์ภาษาแต่ก็ยังต้องคำนึงถึงmetatag +1
38 metatag
metatag เป็นทางเดียวที่จะ redirect จากเว็บของคุณไปที่อื่น ให้ทำในกรณีที่คุณเพิ่งย้ายเว็บไซต์ไปยังชื่อ domain ใหม่เท่านั้นและควรทำเป็นการชั่วคราว เพราะถ้า redirect เป็นเวลานานจะทำให้แต้มตก ในกรณีนี้การ redirect ไปที่ 301 นั้นจะดีกว่า -1
Content
39 Unique content
ยิ่งเว็บเรามีเนื่อหามากเท่าไหร่ และเนื้อหามีความแตกต่างจากเว็บอื่นๆทั้ในแง่ของ wording และ Topics จะยิ่งทำให้ ranking ดีขึ้นเท่านั้น
+3
40 Frequency of content change
การปรับเปลี่ยนเนื้อหาอยุ่เป็นประจำนั้นยอดเยี่ยมเช่นกัน และดีที่สุดถ้าเว็บมีเนื้อหาใหม่ๆตลอดเวลา (ดีกว่าการปรับเปลี่ยนเนื้อหาที่มีอยู่แล้วนิดหน่อยๆ)
+3
41 Keywords font size
เมื่อเนื้อความที่เป็น keywords ในเว็บของคุณมีขนาดตัวอักษรที่ใหญ่เมื่อเทียบกับตัวอักษรตัวอื่นๆในเว็บ ซึ่งจะทำให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายขึ้นและแสดงถึงความสำคัญก็จะช่วยให้ keyword นั้นๆได้แต้มด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับการใส่ h1,h2 ที่ heading +2
42 Keywords formatting
เช่นเดียวกันกับด้านบน ถ้าเราเน้นตัวอักษรที่เป็น keyword ด้วยวิธีอื่นๆเช่นตัวเอียง ตัวหนา ก็จะได้แต้มด้วยเช่นกัน แต่ก็อย่าใช้มากเกินไป +2
43 Age of document
เอกสารที่ออกใหม่ๆ หรือเอกสารที่อัพเดทบ่อย ก็จะได้รับความสำคัญมากกว่าเช่นกัน +2
44 File size
ปกติ page ที่มีข้อความยาวมากๆเกินไปนั้นก็ไม่ได้ให้ผลที่ดีมากนัก เพราะถ้าเรามี หน้าสั้นๆ 3 หน้าก็ยังดีกว่า หนึ่งหน้ายาวๆใน Topic เดียวกัน เพราะฉนั้นให้แยกบทความยาวๆเป็น บทความสั้นๆหลายๆหน้าจะดีกว่า +1
45 Content separation
ถ้าเป็นมุมมองทางการตลาก การแยกประเภทของเนื้อหาตามกลุ่มต่างๆภายใต้ IP หรือ ชนิดของ Browser หรืออื่นๆ นั้นน่าจะดีเพราะตรงกลุ่มเป้าหมาย แต่กลับส่งผลเสียต่อ SEO แทนเนื่องจากเมื่อคุณมีแค่ URL เดียวแต่กลับมี เนื้อหาที่ต่างกันจะทำให้ search engine งงว่าอันไหนเป็นเนื้อหาที่แท้จริง -2
46 Poor coding and design
Search engine เป็นคนบอกเองว่า พวกมันไม่ต้องการเว็บไซต์ที่มีการดีไซน์ที่แย่และมีการเขียน code ที่ไม่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมี เว็บที่ถูกแบนเนื่องจากกรณีดังกล่าว (messy code และ รูปที่น่าเกลียด) แต่เว็บที่ดีไซน์ไม่ดีและ code ไม่ดีก็จะไม่ถูก index เลยทำให้ส่งผลเสียแน่นอน -2
47 Illegal Content
การใส่เนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วคุณก็ยังจะถูก search engine เขี่ยออกไปอีกด้วย -3
48 Invisible text
นี่เป็นกรณีของ black hat SEO (สายดำ) ถ้า spiders ตรวจจับได้ว่าคุณใส่ text ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาก็อย่าแปลกใจที่จะโดยทำโทษ -3
49 Cloaking
Cloaking เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่สามารถโดนตัดแต้มได้ เพราะเป็นการแยกส่วน content หลอกให้ spider เห็น page ที่ทำ optimize หวังผล ในขณะที่ผู้เข้าชมปกติกลับเห็นอีกเวอร์ชั่นของ page นั้นๆ -3
50 Doorway pages
การสร้าง page โดยตั้งใจที่จะหลอก spiders ว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นเว็บที่สำคัญดี (highly-relevant) ทั้งๆที่ไม่ใช่ ก็เป็นอีกทางที่ search engine จะเขี่ยคุณออก -3
51 Duplicate content
เมื่อคุณมีเนื้อหาที่เหมือนกันในหลายๆหน้าบนเว็บ แทนที่จะทำให้เว็บดูใหญ่ก็กลับทำให้ถูกลงโทษในฐานะ duplicate content แทน การวิเคราะห์การทำซ้ำนั้นก็มีหลายดีกรี แต่ก็ไม่ใช่ทุกอันที่จะถูกแบน เช่น บทความจาก mirror sites นั้นไม่เป็นไร -3
Visual Extras and SEO
52 JavaScript
ให้ใช้ java อย่างฉลาดเพียงเพื่อดึงดูดความน่าสนใจเท่าที่จำเป็น แต่ถ้าเนื้อหาหลักของเว็บถุกแสดงผ่าน Javascript ทั้งหมด จะทำให้ spiders ติดตามได้ยาก และอาจติดตามไม่ได้เลยถ้า code Javascript นั้นเขียนมาแย่ แน่นอนว่า rating จะตกได้ 0
53 Images in text
เว็บที่มีแต่ตัวอักษรก็ดูน่าเบื่อแต่ถ้ามีรูปเยอะไปก็ไม่ดีกับ SEO เช่นกัน อย่างไรก็ตามให้ใส่tag ด้วยคำที่เป็นความหมายที่เหมาะสมกับรูป แต่ก็อย่ายัด keyword จำนวนมากใส่รูปโดยไม่เกี่ยวข้องกันเช่นกัน 0
54 Podcasts and videos
Podcast และวีดีโอกำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆทุกวัน แต่ก็ทำให้ ไม่ค่อยมี text ในเว็บและ search engine ก็เจอยาก เพราะฉนั้นถ้าเป็นไปได้ จะถอดเทปและเขียนเป็น text กำกับไว้ในหน้านั้นๆก็ได้ครับ 0
55 Images instead of text links
การใช้รูปเป็นตัวลิงก์แทนตัวอักษรนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จะยิ่งแย่เมื่อไม่ได้ใส่อะไรในtag เลย แต่แม้ว่าคุณจะใส่ tag แล้วก็ยังให้ผลได้ไม่ดีเท่ากับการลิงก์ด้วยตัวอักษรที่เป็นตัวหนา ,ขีดเส้นใต้ หรือมีขนาด ใหญ่ เพราะฉนั้นคุณควรจะใช้ รูปในการทำ navigation ที่ขึ้นกับ graphic lay-out ของเว็บคุณเท่านั้น -1
56 Frames
Frames เป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อ SEO มาก ให้หลีกเลี่ยงยกเว้นจำเป็นจริงๆ -2
57 Flash
Spiders จะไม่ index เนื้อหาที่เป็น Flash (ภาพเคลื่อนไหว) ถ้าจำเป็นต้องมีก็ควรใส่ alternate textual description ด้วย -2
58 A Flash home page
การทำ flash homepage โดยไม่มี html เลยส่งผลไม่ดีต่อ SEO อย่างมากแน่นอน -3
Domains, URLs, Web Mastery
59 Keyword-rich URLs and filenames
การที่มี keywords หรือชื่อของไฟล์ อยู่ใน URLs ก็เป็นสิ่งสำคัญมาสำหรับ SEO โดยเฉพาะอย่างยิ่งกบ Yahoo! และ MSN +3
60 Site Accessibility
การเข้าเว็บไซต์ได้ทั้งเว็บตลอดเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญ ปกติเว็บจะถือว่า unaccessible เมื่อ ลิงก์ตาย,404 errors, บริเวณในเว็บที่ต้องใส่ password และจะทำให้เว็บไม่ถูก index +3
61 Sitemap
การมี sitemap,เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว คุณควรมี site map ที่สมบูรณ์และ update เสมอ(ไม่ว่าจะเป็นแบบ HTML ธรรมดาหรือ Google site map formatt เพราะว่า spiders จะชอบ +2
62 Site size
โดยปกติเว็บยิ่งใหญ่ก็จะยิ่งดี เพราะSpiders นั้นชอบเว็บไซต์ใหญ่ๆ อย่างไรก็ตามเว็บที่ใหญ่ก็จะมีปัญหาใช้งานยากขึ้นและมี navigation ที่แย่ลงทำให้บางทีต้องแยกเป็นเว็บที่เล็กลง แต่ในทางปฎิบัติ ยังไม่ค่อยมีเว็บไหนที่ถูกลงโทษเพราะมีหน้าเกินหมื่นหน้า เพราะฉนั้นอย่าแยกเว็บไซต์เพียงเพราะว่ามันใหญ่ขึ้นทุกวัน +2
63 Site age
older sites are respected more.เว็บไซต์ยิ่งมีอายุมากแล้วยิ่งได้รับความเชื่อถือมากขึ้น เพราะแสดงว่าไม่ใช่เว็บ pop-up ใหม่ๆแล้วหายไป +2
64 Site theme
site theme ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน และสำคัญมากต่อ ranking ถ้าเราทำ site ให้เข้ากับ theme หนึ่งๆแล้ว ถ้ามี page อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ theme นี้จะช่วย boost เว็บไซต์ทั้งหมด +2
65 File Location on Site
ตำแหน่งของ file ในเว็บไซต์ ( ชื่อไฟล์ด้านหลังเช่น www.ipattt.com / xxx) ถ้าอยู่ใกล้กับ root directory จะมีแนวโน้มที่มี rank ดีกว่าไฟล์ที่อยู่ลึกเข้าไปห้าระดับ (เช่น www.ipattt.com/nnn/nnn/nnn/nnn/xxx ) +1
66 Domains versus subdomains, separate domains
การมี domain ต่างหากน้นดีกว่า เช่นแทนที่จะมี ipattt.blogspot.com ก็ควร register เป็น ipattt.com +1
67 Top-level domains (TLDs)
TLDs ( .xxx) นั้นมีความแตกต่างกันอยู่ โดย .com นั้นดีกว่า .ws, .biz, .info อยู่มากแต่ก็ไม่มีอะไรสู้ .edu กับ .org ที่จดทะเบียนมานานแล้วได้ +1
68 Hyphens in URLs
เครื่องหมาย ( – ) ระหว่าง URLs นั้นช่วยให้อ่านง่ายขึ้นและมีผลต่ ranking สามารถใช้ได้กับทั้ง domain name และ ที่เหลือ ใน URLs
+1
69 URL length
ปกติ URLs ที่ยาวมากๆจะเริ่มดูเหมือน spam เพราะฉนั้นควรหลักเลี่ยงการมี URLs ยาวเกิน 10 คำ ( 3 ถึง 4 คำสำหรับ domain name และ 6 คำสำหรับที่เหลือนั้นยังพอรับได้) 0
70 IP address
IP address จะมีผลไม่ค่อยดีต่อเมื่อมีการ shared hosting หรือเมื่อเว็บไซต์นั้น host กับ free hosting provider อีกกรณีคือ IP หรือ C-class ของ IP address ทั้งหมดติดแบล็คลิสต์เนื่องมาจากการถูกลงโทษด้าน spamming หรือ ด้าน กฏหมาย
0
71 Adsense will boost your ranking
Adsense นั้นอาจจะช่วยให้คุณมีรายได้แต่ไม่ได้มีผลอะไรกับ SEO ranking Google ไม่ได้ให้ ranking bonus เพราะว่า hosting adsense ads 0
72 Adwords will boost your ranking
เหมือน Adsense , ตัว Adwords นั้นช่วยให้คนเข้ามาดูเว็บของคุณได้ง่ายขึ้นแต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับ SEO ranking เช่นกัน
0
73 Hosting downtime
Hosting downtime มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ accessibility เพราะว่าถ้าเว็บ down บ่อยๆจะไม่สามารถทำ indexed ได้ factor นี้จะเห็นผลเสียก็ต่อเมื่อ hosting provider ไม่ค่อยน่าเชื่อถือและมี uptime ต่ำกว่า 97-98% -1
74 Dynamic URLs
Spiders นั้นชอบ static URLs แม้ว่าคุณจะเคยเห็น dynamics pagesจำนวนมาก การมี URLs ยาวๆ(เช่นเกิน 100ตัวอักษร)จะส่งผลเสียต่อทั้งคนท่องเว็บและ SEO และเราควรจะใช้เครื่องมือบางตัวช่วยเช่น rewrite dynamic URLs -1
75 Session IDs
ยิ่งแย่กว่า Dynamics URLs การใช้ session IDs นั้นจะไม่ทำให้ spiders ทำ indexed -2
76 Bans in robots.txt
ถ้าเว็บไซต์ของเรามีบางส่วนที่ถูกแบน มันก็มักจะส่งผลถึงส่วนอื่นๆที่ไม่โดนแบนทั้งหมดด้วยเนื่องจาก spiders จะวิ่งเข้ามาน้อยถ้าเป็น “noindex” site -2
77 Redirects (301 and 302)
redirects จะส่งผลเสียมากถ้าใช้อย่างไม่ถูกต้อง บางทีหน้าที่ต้องการนั้นก็ไม่สามารถเปิดได้ หรือแย่ยิ่งกว่านั้นคือ บางครั้ง redirect อาจถือว่าเป็นการทำ SEO แบบ black hat คือเมื่อผู้เยี่ยมชมเข้ามากลับถูกโยนไปที่อื่นแทน -3
ขอบคุณhttp://www.ipattt.com
จุดสำคัญที่สุดจุดหนึ่งที่จะใส่ Keywords ของเราคือ Keywords ใน title tag เพราะ Keyword จะถูกโชว์ใน search results ในฐานะ page title ตัว title tag ควรจะสั้นๆ (6 or 7 คำสูงสุด) และ Keyword ควรจะอยู่ใกล้จุดเริ่มต้นประโยค +3
2 Keywords ใน URL
Keywords ใน URLs ช่วยได้ เช่น. - http://domainname.com/seo-services.html, จะเห็นว่า “SEO services” เป็น keyword phrase ที่เราพยายามจะเน้น แต่ถ้าในเอกสารของคุณไม่มี Keyword คำนี้อยู่ การใส่ Keywords ใน URL ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก
+3
3 ความหนาแน่นของ Keyword ในเว็บ
ความหนาแน่นของคีย์เวิร์ดที่ดีควรจะ check ให้อยู่ราวๆ 3-7 % สำหรับ Keyword หลัก, 1-2% สำหรับคีย์อวิร์ดรอง. แต่ถ้าความหนาแน่น ของ Keyword นั้นมากกว่า 10% จะดูเยอะเกินและเหมือนกับยัดคีย์เวิร์ดซึ่งจะส่งผลไม่ดี
+3
4 Keywords ใน anchor text
นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก the anchor text of inbound links, เพราะว่าถ้าคุณมี keyword เป็นคำ anchor text ที่ลิงค์เข้ามาจากเว็บอื่นๆ ก็จะเปรียบเทียบได้กับการได้รับการ vote จาก site นั้นๆไม่ใช่แต่เฉพาะทั้งเว็บตามปกติ, แต่จะเกี่ยวกับ keyword ด้วย
+3
5 Keywords in headings (H1, H2, etc. tags)
อีกจุดหนึ่งที่ให้น้ำหนัก Keyword ด้วยอย่างมาก. แต่ก็ให้แน่ใจด้วยว่าในหน้าเว็บนั้นๆของคุณก็มี text ที่เป็น Keyword นี้ด้วยเช่นกัน +3
6 Keywords ในจุดเริ่มต้นของ เอกสาร
ถึงแม้คะแนนจะไม่มากเท่า anchor text, title tag หรือ headings. อย่างไรก็ตามให้นึกไว้เสมอว่า จุดเริ่มต้นของเนื้อความใน document ไม่จำเป็นต้องหมายถึง ย่อหน้าแรกเสมอไปนะครับ – เช่นถ้าเราใช้ tables, ข้อความหลักน่าจะอยู่ที่ column ที่สอง row สองมากกว่า +2
7 Keywords ภายใน
Spiders จะไม่รู้จักรูป images แต่มันสามารถอ่าน textual descriptions ใน
8 Keywords ใน metatags
่ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ความสำคัญในส่วนของ meta ได้ลดลงมาบ้าง (แต่ก็ยังต้องใส่อยู่), เพราะว่า Google. Yahoo! และ MSN ก็ยังพิจารณาส่วนนี้อยู่, โดยเฉพาะ Yahoo! กับ MSN, การใส่ keyword ใน meta ก็ยังดีกว่าไม่ใส่เลยนะครับ +1
9 Keyword proximity
Keyword proximity เป็นตัววัดความใกล้กันของตัว text ใน keywords ซึ่งจะให้ผลดีที่สุดถ้า keyword ตัวนึงอยู่ต่อกับอีกตัวนึงพอดี (เช่น “dog food”), ที่ไม่มีคำอื่นใดไปแทรกกลางระหว่างมัน. ตัวอย่างเช่นถ้าเรามีคำว่า “dog” ในย่อหน้าแรกและ “food” ในย่อหน้าที่สาม , Google ก็จะนับ keyword ให้เหมือนกันแต่ก็จะไม่ได้ให้น้ำหนักมากเท่า“dog food” ที่ไม่มีอะไรแทรกกลางเลย. Keyword proximityจะเหมาะกับ keyword ที่มีคำมากกว่าสองคำอยู่ด้วยกันครับ +1
10 Keyword phrases
ในบาง Keyword เราสามารถที่จะ optimize ตัว keywordที่ประกอบด้วยคำหลายคำได้ เช่น “SEO services” จะเป็น keyword phrases ที่น่าจะเป็นที่นิยมในการค้นหา เพราะผู้เซิร์ทหลายคนน่าจะพิมพ์ทั้งสองคำนี้ลงไปตรงๆ แต่ในบางโอกาส การแยก keyword เป็น 2หรือ 3 คำ เช่น “SEO” และ “services” ก็อาจจะทำให้เจอได้ในบางครั้งเช่นกัน เพียงแต่จะมีน้ำหนักที่น้อยกว่าบ้าง +1
11 Secondary keywords
การ Optimizing สำหรับ keywords ที่รองลงไป (บางทีเป็น sub categories ของ keyword หลัก) ก็เป็นความคิดที่ดี เพราะแน่นอนว่าทุกๆคนพยายามที่จะ optimizing keywords ที่ดังๆ และค่อนข้าง General ทำให้ keyword ที่รองลงมาอาจไม่ค่อยได้ถูกโฟกัส นั่นหมายความว่าถ้ามีคน search ก็กลับจะดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น “boutique hotel pattaya” นั้นมีคนเซิร์ทน้อยกว่า “boutique hotel” เป็น พันๆเท่าแน่นอน แต่ถ้าคุณทำธุรกิจนี้ในพัทยา ถึงแม้คุณจะมีคนเซิร์ทเจอน้อยกว่าแต่คนที่เจอก็เป็น targeted traffic แน่นอน +1
12 Keyword stemming
สำหรับภาษาอังกฤษ การใส่คำที่มีความหมายในทางเดียวกัน เช่น dog, dogs, doggy,และอื่นๆ จะถูกคิดว่ามีความสำพันธ์กันถ้าคุณมีคำว่า “dog”อยู่ใน pageของคูณ, เว็บอาจจะถูเซิร์ทเจอเพราะคำว่า “dogs” หรือ “doggy”ได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามสำหรับภาษาไทยนั้นการใส่ keyword ที่คล้ายๆกันไปด้วยก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นเพราะ search engine ยังไม่รู้จักรากของคำดีพอ (ถึงแม้ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา google สามารถที่จะตัดแยกคำไทยที่เขียนติดกันได้แล้วก็ตาม) +1
13 Synonyms
สำหรับภาษาอังกฤษ การ Optimizing คำที่มีความหมายเดียวกัน (synonyms)ของ target keywords, ก็จะให้ผลดีด้วยเพราะ search engine นั้นมีความฉลาดพอที่จะรู้เรื่องนี้แล้ว แต่สำหรับภาษาไทยนั้น search engine ยังไม่รู้จักคำเหมือนนะครับ +1
14 Keyword Mistypes
การสะกดผิดเป็นเรื่องที่เป็นกันบ่อย หรือแม้แต่การตั้งใจเขียนให้มีความหมายคล้ายกันแต่เขียนให้ส้นลง เช่น Christmas กับ Xmas ซึ่งเราก็อยากจะ optimize ทั้งคู่ซึ่งแน่นอนว่าเราก็จะได้ Traffic ที่เพิ่มขึ้น แต่การแกล้งพิมพ์ผิดหรือพิมพ์เพี้ยนในเว็บไซต์นั้นอาจจะทำให้เว็บไม่ค่อยน่าประทับใจ ทางที่ดีใส่แค่ใน meta ดีกว่า 0
15 Keyword dilution
ถ้าคุณพยายามที่จะ optimizing keywords หลายคำเกินไป, โดยเฉพาะอย่างยิ่งคีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย จะทำให้ performance ของ keywords รวมทั้งตัวหลักๆนั้นเจอจางลงไปเช่นเดียวกับการมี text อยู่เท่านั้น -2
16 Keyword stuffing
การตั้งใจใส่ keywords ที่เยอะเกินไปจนผิดธรรมชาติ (มากกว่า 10% ของคำทั้งหมดใน page)เรียกว่า stuffing และจะทำให้เว็บของคุณเสี่ยงต่อการถูกแบนโดย search engine -3
Links – internal, inbound, outbound
17 Anchor text of inbound links
การถูกลิงก์จากเว็บไซต์อื่นเข้ามา โดยมี text ของลิงก์ตรงกับkeyword เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดของประสิทธิภาพ keywords( แต่ถึงจะไม่มี anchor text ตรงๆกับ keyword ก็ยัง OK นะครับ) +3
18 Origin of inbound links
เช่นเดียวกับanchor text, คุณภาพ (reputable)ของเว็บที่ลิงก์เข้ามานั้นก็สำคัญมากเช่นกัน โดยปกติเว็บที่มี Google PR ที่ดีก็มักจะมี reputable ดีด้วยเช่นกัน +3
19 Links from similar sites
ลิงก์จากเว็บที่คล้ายๆกันก็มีประโยชน์อย่างมากเช่นกัน เพราะมันแสดงถึงว่าคู่แข่งของคุณกำลังโหวตให้คุณ และคุณกำลัง popular ใน community นั้นๆ +3
20 Links from .edu and .gov sites
ลิงก์เหล่านี้มีมูลค่ามากทีเดียว เพราะว่าเว็บประเภท .edu และ .gov นั้นจะมี reputable สูงกว่า .com .biz .info หรืออื่นๆ และอีกอย่างก็คือ ลิงก์ออกจากเว็บเหล่านี้ก็มีไม่เยอะซะด้วย +3
21 Number of backlinks
แน่นอนว่ายิ่งมีคนลิงก์เข้ามาเยอะก็ยิ่งดี ถึงแม้ว่า คุณภาพของเว็บที่ลิงก์จะมีความสำคัญมากกว่าจำนวนก็ตาม +3
22 Anchor text of internal links
การใส่ anchor text สำหรับลิงก์ภายในเว็บของเราเองก็ให้ผลดีและเป็นสิ่งสำคัญที่ทำได้ไม่ยาก +2
23 Around-the-anchor text
text ที่อยู่ก่อนและหลังของ anchor text ก็มีความสำคัญเช่นกัน เรามันจะเป็นตัวบอกความตั้งใจในการใส่ลิงก์ของคุณ ว่าใส่อย่างผิดธรรมชาติหรือ flow อยู่ข้างในกลุ่ม text หรือไม่ +2
24 Age of inbound links
อายุของ ลิงก์ เข้ามาจากเว็บอื่นยิ่งมากยิ่งดี เพราะว่าการได้ลิงก์จำนวนมากเข้ามาในระยะเวลาไม่นานนั้นแสดงให้เห็นว่าคุณน่าจะซื้อมันมากกว่า +2
25 Links from directories
การใด้ลิงก์จากเว็บ Directory ก็สำคัญเช่นกันและขึ้นอยู่กับคุณภาพของ Directory นั้นๆด้วย เช่นการให้ลิงก์จาก DMOZ ,Yahoo นั้นจะให้ผลที่ดีมากๆ แต่การมีลิงค์จำนวนมหาศาลจาก Directory ที่มี PR-0 นั้นกลับไร้ประโยชน์ และยังอาจเสี่ยงต่อการถูกคิดว่าเป็น spam links อีกด้วยถ้าคุณมีเป็นร้อยเป็นพันลิงก์ +2
26 Number of outgoing links on the page that links to you
เว็บที่ลิงก์เข้ามาให้คุณนั้น ถ้ามีลิงก์ออกไปที่อื่นยิ่งน้อยยิ่งดีเพราะว่ามันแสดงถึงความสำคัญของเว็บคุณต่อเค้านั่นเอง อันนี้เป็นหลักการของการให้ pagerank โดยปกติ +1
27 Named anchors
Named anchors บริเวณเป้าหมาย ลิงก์ภายในไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับ navigation ภายใน แต่ยังสำคัญกับ SEO ด้วยเพราะเป็นการเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของ ย่อหน้าหรือ text นั้นๆ สำหรับ code, named anchors เช่น: Read about dogs และ “#dogs”ก็คือ named anchor. +1
28 IP address of inbound link
Google denies Google นั้นจะไม่ให้ความสำคัญและไม่ให้น้ำหนักจากลิงก์ที่มาจาก IP address เดียวกัน แต่ MSN และ Yahoo นั้นอาจจะไม่รับ ลิงก์ที่มาจาก IP address เดียวกัน ด้วยซ้ำ ดังนั้นเป็นการดีที่จะได้ลิงก์เข้ามาจาก IPs ที่ต่างกัน +1
29 Inbound links from link farms and other suspicious sites
การได้รับลิงก์มากจากเว็บรวมลิงก์ (links farm) นั้นจะไม่ส่งผลอะไรต่อเว็บของคุณเลย และก็ไม่ถูกทำโทษด้วยเพราะว่ามันไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ยังไงก็ตาม อยุ่ห่างๆจากเว็บพวกนี้ก็ดีครับ 0
30 Many outgoing links
Google จะไม่ชอบเว็บ page ที่มีลิงก์ออกเป็นจำนวนมาก เพราะฉนั้นคุณต้องพยายามไม่ให้ลิงก์ออกจากเว็บเกิน 100 ต่อหนึ่งหน้า มิเช่นนั้นจะส่งผลเสียต่อเว็บของคุณ -1
31 Excessive linking, link spamming
ถ้าเว็บคุณมีลิงก์หลายอันไปที่เว็บๆเดียว หรือได้ลิงก์เข้ามาหลายๆอันจากเว็บๆเดียว (แม้ว่าเว็[นั้นจะไม่ใช่เว็บที่คุณภาพต่ำก็ตาม) อันนี้ก็ส่งผลเสียเช่นกันเพราะจะดูเหมือนกับการซื้อลิงก์หรือ spamming -1
32 Outbound links to link farms and other suspicious sites
ถ้าคุณมีลิงก์ออก (outbound) ไปที่เว็บที่ถูกทำโทษไปแล้วหรือไปที่ link farm จะทำให้ถูกตัดแต้มอย่างมาก ดังนั้นต้องหมั่นเช็คลิงก์ขาออก จากเว็บของคุณเสมอเพราะบางทีเว็บที่ดีก็มีการเปลี่ยนไปเป็นเว็บที่แย่ได้เหมือนกัน (bad neighbors )-3
33 Cross-linking
ตัวอย่างของ Cross linking เช่นเว็บ A ลิงก์ออกไปที่เว็บ B และเว็บ B ลิงก์ออกไปที่เว็บ C และ เว็บ C ลิงก์กลับมาที่เว็บ A การกระทำอย่างนี้ก็เหมือนเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนลิงก์จำนวนมากเช่นกัน แม้และจะโดนตัดแต้มอย่างมาก (กรณีที่ซับซ้อนกว่านี้ google ก็ยังสามารถเช็คได้ดังนั้นทำอะไรให้เป็นธรรมชาติด้วยจำนวนลิงก์ที่เหมาะสมเช่นเพื่อนแนะนำเพื่อนในกลุ่มเดียวกันก็ไม่เป็นไร) -3
34 Single pixel links
ถ้าพยายามทำลิงก์ที่มีขนาดแค่ pixel เดียวหรือมีขนาดที่คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นเพื่อหวังผลว่าจะหลอก search engine ก็จะถูกตัดแต้มด้วยเช่นกัน -3
Metatags
35
Metatags เริ่มมีความสำคัญน้อยลงไปเรื่อยๆแต่ก็ยังมีผลอยู่เช่นกัน ซึ่งจะมีทั้ง
36
37
ถ้าเว็บไซต์ของเราต้องการ specific ภาษา ก็อย่าให้ tag ภาษาว่างเปล่า ถึงแม้ว่า search engine จะมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนกว่าในการวิเคราะห์ภาษาแต่ก็ยังต้องคำนึงถึง
38
Content
39 Unique content
ยิ่งเว็บเรามีเนื่อหามากเท่าไหร่ และเนื้อหามีความแตกต่างจากเว็บอื่นๆทั้ในแง่ของ wording และ Topics จะยิ่งทำให้ ranking ดีขึ้นเท่านั้น
+3
40 Frequency of content change
การปรับเปลี่ยนเนื้อหาอยุ่เป็นประจำนั้นยอดเยี่ยมเช่นกัน และดีที่สุดถ้าเว็บมีเนื้อหาใหม่ๆตลอดเวลา (ดีกว่าการปรับเปลี่ยนเนื้อหาที่มีอยู่แล้วนิดหน่อยๆ)
+3
41 Keywords font size
เมื่อเนื้อความที่เป็น keywords ในเว็บของคุณมีขนาดตัวอักษรที่ใหญ่เมื่อเทียบกับตัวอักษรตัวอื่นๆในเว็บ ซึ่งจะทำให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายขึ้นและแสดงถึงความสำคัญก็จะช่วยให้ keyword นั้นๆได้แต้มด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับการใส่ h1,h2 ที่ heading +2
42 Keywords formatting
เช่นเดียวกันกับด้านบน ถ้าเราเน้นตัวอักษรที่เป็น keyword ด้วยวิธีอื่นๆเช่นตัวเอียง ตัวหนา ก็จะได้แต้มด้วยเช่นกัน แต่ก็อย่าใช้มากเกินไป +2
43 Age of document
เอกสารที่ออกใหม่ๆ หรือเอกสารที่อัพเดทบ่อย ก็จะได้รับความสำคัญมากกว่าเช่นกัน +2
44 File size
ปกติ page ที่มีข้อความยาวมากๆเกินไปนั้นก็ไม่ได้ให้ผลที่ดีมากนัก เพราะถ้าเรามี หน้าสั้นๆ 3 หน้าก็ยังดีกว่า หนึ่งหน้ายาวๆใน Topic เดียวกัน เพราะฉนั้นให้แยกบทความยาวๆเป็น บทความสั้นๆหลายๆหน้าจะดีกว่า +1
45 Content separation
ถ้าเป็นมุมมองทางการตลาก การแยกประเภทของเนื้อหาตามกลุ่มต่างๆภายใต้ IP หรือ ชนิดของ Browser หรืออื่นๆ นั้นน่าจะดีเพราะตรงกลุ่มเป้าหมาย แต่กลับส่งผลเสียต่อ SEO แทนเนื่องจากเมื่อคุณมีแค่ URL เดียวแต่กลับมี เนื้อหาที่ต่างกันจะทำให้ search engine งงว่าอันไหนเป็นเนื้อหาที่แท้จริง -2
46 Poor coding and design
Search engine เป็นคนบอกเองว่า พวกมันไม่ต้องการเว็บไซต์ที่มีการดีไซน์ที่แย่และมีการเขียน code ที่ไม่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมี เว็บที่ถูกแบนเนื่องจากกรณีดังกล่าว (messy code และ รูปที่น่าเกลียด) แต่เว็บที่ดีไซน์ไม่ดีและ code ไม่ดีก็จะไม่ถูก index เลยทำให้ส่งผลเสียแน่นอน -2
47 Illegal Content
การใส่เนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วคุณก็ยังจะถูก search engine เขี่ยออกไปอีกด้วย -3
48 Invisible text
นี่เป็นกรณีของ black hat SEO (สายดำ) ถ้า spiders ตรวจจับได้ว่าคุณใส่ text ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาก็อย่าแปลกใจที่จะโดยทำโทษ -3
49 Cloaking
Cloaking เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่สามารถโดนตัดแต้มได้ เพราะเป็นการแยกส่วน content หลอกให้ spider เห็น page ที่ทำ optimize หวังผล ในขณะที่ผู้เข้าชมปกติกลับเห็นอีกเวอร์ชั่นของ page นั้นๆ -3
50 Doorway pages
การสร้าง page โดยตั้งใจที่จะหลอก spiders ว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นเว็บที่สำคัญดี (highly-relevant) ทั้งๆที่ไม่ใช่ ก็เป็นอีกทางที่ search engine จะเขี่ยคุณออก -3
51 Duplicate content
เมื่อคุณมีเนื้อหาที่เหมือนกันในหลายๆหน้าบนเว็บ แทนที่จะทำให้เว็บดูใหญ่ก็กลับทำให้ถูกลงโทษในฐานะ duplicate content แทน การวิเคราะห์การทำซ้ำนั้นก็มีหลายดีกรี แต่ก็ไม่ใช่ทุกอันที่จะถูกแบน เช่น บทความจาก mirror sites นั้นไม่เป็นไร -3
Visual Extras and SEO
52 JavaScript
ให้ใช้ java อย่างฉลาดเพียงเพื่อดึงดูดความน่าสนใจเท่าที่จำเป็น แต่ถ้าเนื้อหาหลักของเว็บถุกแสดงผ่าน Javascript ทั้งหมด จะทำให้ spiders ติดตามได้ยาก และอาจติดตามไม่ได้เลยถ้า code Javascript นั้นเขียนมาแย่ แน่นอนว่า rating จะตกได้ 0
53 Images in text
เว็บที่มีแต่ตัวอักษรก็ดูน่าเบื่อแต่ถ้ามีรูปเยอะไปก็ไม่ดีกับ SEO เช่นกัน อย่างไรก็ตามให้ใส่
54 Podcasts and videos
Podcast และวีดีโอกำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆทุกวัน แต่ก็ทำให้ ไม่ค่อยมี text ในเว็บและ search engine ก็เจอยาก เพราะฉนั้นถ้าเป็นไปได้ จะถอดเทปและเขียนเป็น text กำกับไว้ในหน้านั้นๆก็ได้ครับ 0
55 Images instead of text links
การใช้รูปเป็นตัวลิงก์แทนตัวอักษรนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จะยิ่งแย่เมื่อไม่ได้ใส่อะไรใน
56 Frames
Frames เป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อ SEO มาก ให้หลีกเลี่ยงยกเว้นจำเป็นจริงๆ -2
57 Flash
Spiders จะไม่ index เนื้อหาที่เป็น Flash (ภาพเคลื่อนไหว) ถ้าจำเป็นต้องมีก็ควรใส่ alternate textual description ด้วย -2
58 A Flash home page
การทำ flash homepage โดยไม่มี html เลยส่งผลไม่ดีต่อ SEO อย่างมากแน่นอน -3
Domains, URLs, Web Mastery
59 Keyword-rich URLs and filenames
การที่มี keywords หรือชื่อของไฟล์ อยู่ใน URLs ก็เป็นสิ่งสำคัญมาสำหรับ SEO โดยเฉพาะอย่างยิ่งกบ Yahoo! และ MSN +3
60 Site Accessibility
การเข้าเว็บไซต์ได้ทั้งเว็บตลอดเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญ ปกติเว็บจะถือว่า unaccessible เมื่อ ลิงก์ตาย,404 errors, บริเวณในเว็บที่ต้องใส่ password และจะทำให้เว็บไม่ถูก index +3
61 Sitemap
การมี sitemap,เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว คุณควรมี site map ที่สมบูรณ์และ update เสมอ(ไม่ว่าจะเป็นแบบ HTML ธรรมดาหรือ Google site map formatt เพราะว่า spiders จะชอบ +2
62 Site size
โดยปกติเว็บยิ่งใหญ่ก็จะยิ่งดี เพราะSpiders นั้นชอบเว็บไซต์ใหญ่ๆ อย่างไรก็ตามเว็บที่ใหญ่ก็จะมีปัญหาใช้งานยากขึ้นและมี navigation ที่แย่ลงทำให้บางทีต้องแยกเป็นเว็บที่เล็กลง แต่ในทางปฎิบัติ ยังไม่ค่อยมีเว็บไหนที่ถูกลงโทษเพราะมีหน้าเกินหมื่นหน้า เพราะฉนั้นอย่าแยกเว็บไซต์เพียงเพราะว่ามันใหญ่ขึ้นทุกวัน +2
63 Site age
older sites are respected more.เว็บไซต์ยิ่งมีอายุมากแล้วยิ่งได้รับความเชื่อถือมากขึ้น เพราะแสดงว่าไม่ใช่เว็บ pop-up ใหม่ๆแล้วหายไป +2
64 Site theme
site theme ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน และสำคัญมากต่อ ranking ถ้าเราทำ site ให้เข้ากับ theme หนึ่งๆแล้ว ถ้ามี page อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ theme นี้จะช่วย boost เว็บไซต์ทั้งหมด +2
65 File Location on Site
ตำแหน่งของ file ในเว็บไซต์ ( ชื่อไฟล์ด้านหลังเช่น www.ipattt.com / xxx) ถ้าอยู่ใกล้กับ root directory จะมีแนวโน้มที่มี rank ดีกว่าไฟล์ที่อยู่ลึกเข้าไปห้าระดับ (เช่น www.ipattt.com/nnn/nnn/nnn/nnn/xxx ) +1
66 Domains versus subdomains, separate domains
การมี domain ต่างหากน้นดีกว่า เช่นแทนที่จะมี ipattt.blogspot.com ก็ควร register เป็น ipattt.com +1
67 Top-level domains (TLDs)
TLDs ( .xxx) นั้นมีความแตกต่างกันอยู่ โดย .com นั้นดีกว่า .ws, .biz, .info อยู่มากแต่ก็ไม่มีอะไรสู้ .edu กับ .org ที่จดทะเบียนมานานแล้วได้ +1
68 Hyphens in URLs
เครื่องหมาย ( – ) ระหว่าง URLs นั้นช่วยให้อ่านง่ายขึ้นและมีผลต่ ranking สามารถใช้ได้กับทั้ง domain name และ ที่เหลือ ใน URLs
+1
69 URL length
ปกติ URLs ที่ยาวมากๆจะเริ่มดูเหมือน spam เพราะฉนั้นควรหลักเลี่ยงการมี URLs ยาวเกิน 10 คำ ( 3 ถึง 4 คำสำหรับ domain name และ 6 คำสำหรับที่เหลือนั้นยังพอรับได้) 0
70 IP address
IP address จะมีผลไม่ค่อยดีต่อเมื่อมีการ shared hosting หรือเมื่อเว็บไซต์นั้น host กับ free hosting provider อีกกรณีคือ IP หรือ C-class ของ IP address ทั้งหมดติดแบล็คลิสต์เนื่องมาจากการถูกลงโทษด้าน spamming หรือ ด้าน กฏหมาย
0
71 Adsense will boost your ranking
Adsense นั้นอาจจะช่วยให้คุณมีรายได้แต่ไม่ได้มีผลอะไรกับ SEO ranking Google ไม่ได้ให้ ranking bonus เพราะว่า hosting adsense ads 0
72 Adwords will boost your ranking
เหมือน Adsense , ตัว Adwords นั้นช่วยให้คนเข้ามาดูเว็บของคุณได้ง่ายขึ้นแต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับ SEO ranking เช่นกัน
0
73 Hosting downtime
Hosting downtime มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ accessibility เพราะว่าถ้าเว็บ down บ่อยๆจะไม่สามารถทำ indexed ได้ factor นี้จะเห็นผลเสียก็ต่อเมื่อ hosting provider ไม่ค่อยน่าเชื่อถือและมี uptime ต่ำกว่า 97-98% -1
74 Dynamic URLs
Spiders นั้นชอบ static URLs แม้ว่าคุณจะเคยเห็น dynamics pagesจำนวนมาก การมี URLs ยาวๆ(เช่นเกิน 100ตัวอักษร)จะส่งผลเสียต่อทั้งคนท่องเว็บและ SEO และเราควรจะใช้เครื่องมือบางตัวช่วยเช่น rewrite dynamic URLs -1
75 Session IDs
ยิ่งแย่กว่า Dynamics URLs การใช้ session IDs นั้นจะไม่ทำให้ spiders ทำ indexed -2
76 Bans in robots.txt
ถ้าเว็บไซต์ของเรามีบางส่วนที่ถูกแบน มันก็มักจะส่งผลถึงส่วนอื่นๆที่ไม่โดนแบนทั้งหมดด้วยเนื่องจาก spiders จะวิ่งเข้ามาน้อยถ้าเป็น “noindex” site -2
77 Redirects (301 and 302)
redirects จะส่งผลเสียมากถ้าใช้อย่างไม่ถูกต้อง บางทีหน้าที่ต้องการนั้นก็ไม่สามารถเปิดได้ หรือแย่ยิ่งกว่านั้นคือ บางครั้ง redirect อาจถือว่าเป็นการทำ SEO แบบ black hat คือเมื่อผู้เยี่ยมชมเข้ามากลับถูกโยนไปที่อื่นแทน -3
ขอบคุณhttp://www.ipattt.com
บทความ SEO : 14 ขั้นตอนง่ายๆ กับการทำ On-Page SEO
ลองอ่านกันดูนะครับ กับ 14 ขั้นตอนง่ายๆ ในการทำ On-Page SEO
1.ตรวจสอบดูว่า HTML Source Code ของหน้านั้นไม่มี Markup Error (เช็คได้ที่ http://validator.w3.org
2.ในการตั้งชื่อ URL ให้ใช้ - (Hyphen) แทนการใช้ _ (Underscore) เพราะว่าGoogleจะมองว่า bangkok-hotel.html = bangkok hotel
ในขณะที่ bangkok_hotel.html = bangkokhotel
3.อย่าลืมตั้งค่า charset ให้ถูกต้อง เช่น charset="UTF-8"
4.ใช้ Links ในส่วนของ Footer ให้เป็นประโยชน์ (เหมาะสำหรับพวก Long Tail Keywords)
5.Title Tag กับ Meta Description ของแต่ละหน้าในเว็บของเรา ต้องไม่ซ้ำกัน อันนี้สำคัญมากๆ (อ่านต่อ Title & Meta Description Tag – Tags นี้สำคัญแค่ไหน?)
6.ตั้งชื่อ Title ให้น่าสนใจ แล้วก็ควรที่จะเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เราทำการ Researchมา
7.เขียน Meta Description ให้สอดคล้องกับ Title วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้คนที่ทำการค้นหานั้นอยากคลิ๊ก แล้วก็เข้ามาอ่านต่อในเว็บของเรา
(เพราะว่า Google จะเอา Meta Description ไปแสดงในหน้าที่แสดงผลของการค้นหา)
8.ไม่ต้องกังวลกับ Meta Keywords มากนัก รวมทั้งไม่ควรใส่ Keywords ที่เป็น Money Keywords ของเราลงไปด้วย เพื่อป้องการการขโมยคีย์เวิรด์จากคู่แข่ง
(โดยเฉพาะพวกที่ใช้ Tools ต่างๆ)
9.พวก CSS กับ JavaScripts ควรจะแยกออกไปเป็นไฟล์ไว้ข้างนอก เพื่อที่จะลดขนาด HTML ของหน้าเว็บนั้นๆ ซึ่งจะทำให้หน้าเว็บนั้น สามารถโหลดได้เร็วขึ้น
10.อย่าลืมความสำคัญของ Header Tags เช่น h1, h2
11.พวก Image Tag อย่าลืมใส่ค่าตรง alt ด้วย เช่น img src="”sample-image.jpg”" alt="”This"
12.พยายามที่จะใส่ Keyword ไว้ในที่ต่างๆ เหล่านี้ เช่น Title Tag, Meta Description, h1, h2, ย่อหน้าแรกของเนื้อหา, URL ของหน้านั้นๆ เป็นต้น
อาจจะใช้ตัวหน้า หรือว่าขีดเส้นใต้ให้กับ Keyword เหล่านั้นด้วยก็ได้
13.ใช้ Xenu ในการเช็ค Broken Links
14.สุดท้ายก็ทำการ Submit XML Sitemap ที่ Google Webmaster Tool
1.ตรวจสอบดูว่า HTML Source Code ของหน้านั้นไม่มี Markup Error (เช็คได้ที่ http://validator.w3.org
2.ในการตั้งชื่อ URL ให้ใช้ - (Hyphen) แทนการใช้ _ (Underscore) เพราะว่าGoogleจะมองว่า bangkok-hotel.html = bangkok hotel
ในขณะที่ bangkok_hotel.html = bangkokhotel
3.อย่าลืมตั้งค่า charset ให้ถูกต้อง เช่น charset="UTF-8"
4.ใช้ Links ในส่วนของ Footer ให้เป็นประโยชน์ (เหมาะสำหรับพวก Long Tail Keywords)
5.Title Tag กับ Meta Description ของแต่ละหน้าในเว็บของเรา ต้องไม่ซ้ำกัน อันนี้สำคัญมากๆ (อ่านต่อ Title & Meta Description Tag – Tags นี้สำคัญแค่ไหน?)
6.ตั้งชื่อ Title ให้น่าสนใจ แล้วก็ควรที่จะเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เราทำการ Researchมา
7.เขียน Meta Description ให้สอดคล้องกับ Title วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้คนที่ทำการค้นหานั้นอยากคลิ๊ก แล้วก็เข้ามาอ่านต่อในเว็บของเรา
(เพราะว่า Google จะเอา Meta Description ไปแสดงในหน้าที่แสดงผลของการค้นหา)
8.ไม่ต้องกังวลกับ Meta Keywords มากนัก รวมทั้งไม่ควรใส่ Keywords ที่เป็น Money Keywords ของเราลงไปด้วย เพื่อป้องการการขโมยคีย์เวิรด์จากคู่แข่ง
(โดยเฉพาะพวกที่ใช้ Tools ต่างๆ)
9.พวก CSS กับ JavaScripts ควรจะแยกออกไปเป็นไฟล์ไว้ข้างนอก เพื่อที่จะลดขนาด HTML ของหน้าเว็บนั้นๆ ซึ่งจะทำให้หน้าเว็บนั้น สามารถโหลดได้เร็วขึ้น
10.อย่าลืมความสำคัญของ Header Tags เช่น h1, h2
11.พวก Image Tag อย่าลืมใส่ค่าตรง alt ด้วย เช่น img src="”sample-image.jpg”" alt="”This"
12.พยายามที่จะใส่ Keyword ไว้ในที่ต่างๆ เหล่านี้ เช่น Title Tag, Meta Description, h1, h2, ย่อหน้าแรกของเนื้อหา, URL ของหน้านั้นๆ เป็นต้น
อาจจะใช้ตัวหน้า หรือว่าขีดเส้นใต้ให้กับ Keyword เหล่านั้นด้วยก็ได้
13.ใช้ Xenu ในการเช็ค Broken Links
14.สุดท้ายก็ทำการ Submit XML Sitemap ที่ Google Webmaster Tool
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)