วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บทความ SEO : เปิดตำราSEOหา Keyword ทองคำ | ขุมทรัพย์ที่ตามหาได้เอง จาก Pongino ไทยเสียว

แบ่งราคาค่าตัวของ Keyword เป็นประเภท

ราคาของ Keyword ของแต่ละตัวนั้นไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่ผลตอบแทนและการการแข่งขันของตลาดนั้นๆ
ถ้าเราใช้ PPC เพื่อ Drive Traffic เข้ามา แน่นอนว่าเราต้องการให้ราคา Keyword นั้นราคาต่ำที่สุด เพราะลดต้นทุน
แต่ถ้าเราทำ Adsense แน่นอนว่า เราต้องการราคา Click ที่สูงๆ เพราะจะได้กำไรมากๆ

ถ้าเราลองแบ่งประเภทตามราคา จะเป็นแบบนี้ครับ

-- 1) Traffic Keyword

Keyword ประเภทนี้เป็น Keyword ที่มุ่งหมายที่จะให้คน Click เข้ามาเพราะให้ได้ Traffic มากๆ
เช่น Social Network, Social Bookmark , ฝาก File, ฯลฯ
พูดง่ายๆก็คือ เน้นให้คนเข้ามาน่ะครับ ไม่ได้เน้นให้คนซื้อสินค้าหรือบริการเท่าไหร่
ราคาของ Keyword ประเภทนี้จึงไม่ค่อยสูงมากนักน่ะครับ

--2) Trading Keyword
ประเภทนี้จะมีราคาต่อ Click ที่ดีกว่า เพราะว่าเป็น Keyword ที่ใช้ในการขายของหรือขายบริการต่างๆ
จุดประสงค์ของผู้ใช้ Keyword นี้ใน PPC ก็เพื่อดึงดูดให้คนมาซื้อสินค้านั่นเอง
ราคาของ Keyword นี้ก็จะอยู่กลางๆน่ะครับ ไม่ถูกไม่แพง

--3) High Paying Keyword
Keyword ประเภทนี้ มีการแข่งขันที่สูงมากๆ เพราะผลตอบแทนของตลาดนี้สูงนั่นเอง
ส่งผลให้ราคาต่อ Click สูงขึ้นไปด้วย (บางครั้งสูงเกินไปจนน่ากลัว)

แน่นอนว่า ถ้าเราทำ Adsense เราก็ต้องการให้ได้ราคาต่อ Click สูงๆแน่นอน
เพราะถ้าจำนวน Click เท่ากัน ถ้าราคาต่อ Click สูง เราก็จะได้เงินมาก
แต่ทำไมถึงมีคนเจ็บตัวจาก Keyword ราคาแพงๆ และมีหลายคนแนะนำให้อย่าไปยุ่งเชียว เพราะอะไร??

เพราะว่าเมื่อราคามันสูง คนก็เล่นในตลาดนี้มาก คู่แข่งก็เลยมาก(แถมเขี้ยวๆด้วย) เหมือนเข้าไปรบในสมรภูมิอันนั่นเอง

------------------------------------------------------------------------------------
KEI และ R/S Ratio
หากเราพึ่งพาการหา Traffic โดยใช้ Search Engine ดังนั้นเราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับที่จะต้องทำ SEO
แต่เราจะรู้ได้ไงว่า Keyword อันไหนยาก อันไหนง่าย เราก็วัดกันง่ายๆโดยใช้ 2 ค่านี้ครับ

---- R/S Ratio
อันนี้ใช้หลักอุปสงค์-อุปทานของเศรษฐศาสตร์ โดยสูตรมีดังนี้ครับ

Ratio = ผลลัพธ์ที่มีใน Search Engine / จำนวนคน Search ต่อเดือน

ซึ่งหาก Ratio มีค่าสูงๆ ก็แสดงว่า มีคู่แข่งในตลาดเยอะ แต่ ดันมีคำค้นหาจำนวนน้อย
ดังนั้นหากทำตาม Road Map ก็ควรจะเลือก R/S Ratio ที่ต่ำๆนะครับ
แต่ไม่ใช่มีจำนวนคน Search ต่ำเกินไปจนไม่คุ้มที่จะทำ SEO ล่ะ

---- KEI
ย่อมาจาก Keyword Effectiveness Index นั่นเอง ซึ่งค่านี้เป็นการวัดความท้าทายในการทำ SEO นั่นเอง
ซึ่งการใช้ KEI นั้น จะเป็นแนวการเปรียบเทียบซะมากกว่า โดยสูตรการวัด KEI มีดังนี้ครับ

KEI = (จำนวนคน Search ต่อเดือน ยกกำลัง 2) / ผลลัพธ์ที่มีใน Search Engine

* จริงๆ การยกำลังเนี่ย แล้วแต่นะครับว่าจะใช้ค่าอะไรในการยกกำลัง แต่สากลเขาจะใช้ 2 ครับ

เรามาดูตัวอย่างการเลยนะครับ จะได้อธิบายไปทีเดียวเลย
Search Result R/S KEI
1000 500000 500 2
2000 1000000 500 4
4000 2000000 500 8
6000 3000000 500 12
8000 4000000 500 16

จะเห็นนะครับ Keyword แต่ละตัว มีค่า R/S เท่ากัน ซึ่งหมายถึงอุปสงค์อุปทานเท่าๆกันนั่นเอง
แต่ดันมีค่า KEI ไม่เท่ากัน ซึ่งหาก KEI ก็แสดงว่า "ความท้าทาย" ใน Keyword นั้นก็จะสูงไปด้วย

credit: Pongino